แนวทางการประหยัดพลังงานในอาคารของรัฐ
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้หน่วยราชการต้องลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในหน่วยงานลงอีกทั้งให้มีคณะทำงานในการกำหนดแผนงาน นโยบาย และเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานลงอย่างเป็นรูปธรรมรวมถึงการกำหนดบทลงโทษสำหรับหน่วยงานที่ฝ่าฝืนหรือไม่สามารถลดการใช้พลังงานได้ตามเป้าหมาย
ที่ผ่านมาการประหยัดพลังงานบางครั้งก็ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย อีกทั้งบางครั้งดูเหมือนว่ายังขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ในสำนักงานอย่างถูกวิธีและความเข้าใจถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาอุปกรณ์เหล่านั้น ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
การที่จะสามารถบรรลุถึงการประหยัดพลังงานได้ บุคลากรในหน่วยงานมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การประหยัดพลังงานในหน่วยงานของท่านประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวทัศนะคติในการอนุรักษ์พลังงานและจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมเป็นส่วนสำคัญยิ่ง หากเราร่วมแรงร่วมใจกันปรับพฤติกรรมที่เคยใช้พลังงานสิ้นเปลือง ลด ละ เลิก การใช้อุปกรณ์ไม่ถูกวิธี หมั่นบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ และมีสำนึกในการมีส่วนร่วม ความสำเร็จก็อยู่เบื้องหน้า เพียงแค่มือเอื้อม
แนวทางการประหยัดพลังงาน
เครื่องปรับอากาศ
- ตั้งอุณหภูมิปรับอากาศให้เหมาะสมที่ 25-26องศาเซลเซียสในบริเวณพื้นที่ทำงานทั่วไปและพื้นที่ส่วนกลาง
- ลดชั่วโมงการทำงาน เช่นเปิดเครื่องปรับอากาศช้าลงและปิดเครื่องปรับอากาศเร็วขึ้น โดยหากเปิดเครื่องปรับอากาศในเวลา 9.00 น. แทนเวลา 8.30 น. และปิดเครื่องปรับอากาศเวลา 16.00 น. แทนเวลา 16.30 น. ก็จะสามารถลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศได้ วันละ 1 ชั่วโมง
- ในกรณี ปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาพักเที่ยง เพื่อป้องกันการทำงานของเครื่องปรับอากาศทำงานพร้อมกันจำนวนมาก ๆ เมื่อกลับเข้าทำงานในเวลา 13.00 น. ให้ใช้วิธีการลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ โดยการปรับเทอร์โมสตัทให้อยู่ที่อุณหภูมิสูงสุด เพื่อให้คอมเพรสเซอร์หยุดการทำงาน ตัวอย่าง เช่นปรกติตั้งอุณหภูมิปรับอากาศไว้ที่ 25 องศา เซลเซียส เมื่อพักเที่ยง ให้ปรับไปที่อุณหภูมิสูงสุด คือประมาณ 30 องศาเซลเซียส คอมเพรสเซอร์ก็จะหยุดทำงาน โดยอัตโนมัติ และเมื่อกลับเข้าทำงาน ก็ให้ปรับไปที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสตามปกติหรือในกรณีเป็นเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ให้ปรับเทอร์โมสตัท ให้ทำงานที่ Fan Mode เพื่อหยุด การทำงานของคอมเพรสเซอร์และเมื่อกลับเข้าทำงานก็ปรับให้ทำงานที่ Cool Mode ตามปกติ
ทั้งนี้การปรับเทอร์โมสตัท ตามคำแนะนำดังกล่าว เครื่องปรับอากาศจะยังคงทำงานในส่วนของพัดลมจ่ายลมเย็น ซึ่งใช้พลังงานไม่มากนัก และจะทำให้ห้องทำงานไม่ร้อนจนเกินไปเมื่อกลับเข้าทำงานและลดภาระในการทำงานหนักของเครื่องปรับอากาศเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศใหม่ หลังเวลา 13.00 น.
- เปิดเครื่องระบายอากาศเท่าที่จำเป็น
- บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ โดย
1. ทำความสะอาดแผงกรองอากาศที่อยู่ภายในชุดเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร อย่างสม่ำเสมอ ทุก ๆ เดือน ทั้งนี้ การล้างทำความสะอาดแผง กรองอากาศดังกล่าวนอกจากจะทำให้ประหยัดพลังงานแล้วยังเป็นการดีต่อสุขภาพอนามัยของผู้ที่อยู่ในสำนักงานอีกด้วย
2. ทำความสะอาดชุดระบายความร้อน ที่ติดตั้งภายนอกอาคาร ทุก ๆ 6 เดือน
- ลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ โดยการ
1. ป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคาร โดยการติดกันสาดหรือปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดร่มเงาบริเวณโดยรอบอาคาร ย้ายสัมภาระสิ่งของที่ไม่จะเป็นออกจากห้องปรับอากาศ ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องปรับอากาศจะต้องสูญเสียพลังงานในการดูดซับ ความร้อนออกจากสัมภาระสิ่งของดังกล่าว โดยเปล่าประโยชน์
2. เปิด - ปิดประตู เข้า ออก ของห้องที่มีการปรับอากาศเท่าที่จำเป็น และระมัดระวังไม่ให้ประตูห้องปรับอากาศเปิดค้างไว้ สำหรับส่วนราชการที่ต้องมีการให้บริการประชาชน และมีการเข้า ออก ของผู้ขอรับบริการอย่างสม่ำเสมอ ควรมีการติดประตูบานสวิง ที่สามารถปิดได้เอง และหมั่นดูแลบำรุงรักษาให้บานสวิงทำงานได้ดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการเพิ่มภาระให้กับเครื่องปรับอากาศ โดยไม่จำเป็น
3. หลีกเลี่ยงการติดตั้งและใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นแหล่งกำเนิดความร้อน ในห้องปรับอากาศ เช่น ตู้เย็น ตู้แช่น้ำเย็น กาต้มน้ำ เตาไมโครเวฟ เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น